2006/Oct/28

ไม่เคยคิดมาก่อนว่า การอยู่ตามลำพังในที่เงียบและมืดเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้คนปกติเครียดได้ขนาดไหน ช่วง 2 เดือนแรกหลังจากเริ่มงานในสถานที่แห่งใหม่ ฉันต้องนั่งทำงานอยู่กับกองเอกสารที่ชั้นลอยในห้อง 1x1เมตรครึ่งของอาคารขนาดย่อม ภายนอกห้องปกคลุมด้วยความมืด นานๆครั้งถึงจะมีสิ่งมีชีวิตแวะเข้ามาในระหว่างวัน บางคนมาถามทางไปชั้นอื่น บางคราวจะมีสุนัขที่ใครข้างบนเลี้ยงเอาไว้หลงวิ่งเข้ามา เวลานั้น สิ่งที่คอยเป็นเพื่อนฉัน ก็คือ เครื่องเล่นวิทยุและ "เขา"

" เขา" คือ คนที่โทรมาหาฉันและนัดให้มาสัมภาษณ์งาน

" เขา" คือ คนที่แวะมาหาฉันในช่วง 4 โมงเย็นของทุกวัน

" เขา" คือ คนที่ฉันทึ่งในความคิด ชีวิตและนิสัย

" เขา" คือ คนที่ฉันเคยเคารพ เชื่อฟัง และศรัทธา

เพิ่งรู้ว่า..." เขา" ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นเลย

ช่วงปีแรกของการทำงาน หลังจากที่ย้ายมาอยู่กับพนักงานคนอื่น ฉันมีความสุขกับเพื่อนร่วมงานมาก เราเฮฮา เข้าขากันดี ที่นี่มีแต่ผู้หญิงไม่กี่คนและมี" เขา" เพียงคนเดียวที่เป็นเพศตรงข้าม ด้วยหน้าที่ทำให้เราต้องไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ นั่นทำให้ฉันอึดอัดพอควร โดยส่วนตัวแล้ว ฉันไม่ชอบที่จะไปไหนมาไหนกับใครที่ไม่คิดว่าจะคุยในเรื่องเดียวกันได้ ซึ่งหลายๆคนก็คงเป็นอย่างนี้ ครั้นเริ่มได้พูดคุยกันมากขึ้น ความอึดอัดเริ่มหายไป ไม่รู้ว่าเราคุยกันได้ถูกคอ หรือ เป็นความพยายามที่จะทำให้เราคุยกันได้ถูกคอ แต่นั่นก็ทำให้การสนทนาในแต่ละครั้งลื่นไหลไปได้เรื่อยๆ หลายๆครั้งที่ฉันเหนื่อยหน่ายเรื่องงานอย่างไม่รู้จะอธิบายหรือระบายอย่างไร " เขา" จะคอยให้กำลังใจเสมอ จะด้วยหน้าที่หรืออะไรก็ตามแต่ ฉันรู้สึกดีขึ้นทุกครั้งที่ได้ฟังเขาพูด

น้อยคนจะเข้าใจความรู้สึกที่มีใครสักคนให้เราได้ศรัทธา เคารพและเชื่อมั่นในความเป็นคนๆนั้น เชื่อมั่นในความคิดและเดินไปในทิศทางที่เขาเลือกและเราจะวางใจได้ ยิ่งไม่ง่ายเลยสำหรับฉัน คนที่รู้สึกอยู่เสมอว่าตัวเอง...ว่างเปล่า

หน้ากากและศรัทธา จบตอนที่ 3

2006/Oct/20

ที่โรงแรมนั้น ผู้คนมีชีวิตที่ต่างออกไปจากที่ที่ฉันจากมา ทุกรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ต้องประณีต เนี้ยบ ให้สมกับราคาค่าห้องต่อคืนที่เกือบหมื่นบาทขึ้นไป ช่วงแรกชีวิตงานของฉันเต็มไปด้วยความตื่นตา ความแปลกใหม่กับอะไรๆที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ลักษณะงาน สถานที่ทำงาน ชุดทำงาน และอาหารในแคนทีน สำหรับคนทำงานโรงแรมด้วยกันจะรู้ว่า เราสามารถเก็บเงินได้เยอะมาก หากเราไม่เที่ยวกลางคืน เพราะว่าวันทั้งวันเราจะอยู่แต่ในโรงแรมจนมืดค่ำ ข้าวปลาอาหารไม่จำเป็นต้องซื้อ เพราะเขามีจัดเอาไว้ให้อยู่แล้ว เขาคงกลัวพนักงานออกไปเพ่นพ่านข้างนอกจนทำให้ภาพลักษณ์ของโรงแรมดูไม่ดี งานที่ฉันทำก็ไม่ถือว่าหนักหนาอะไร บางวันนั่งเฉยๆทั้งวันจนถึงเวลากลับบ้าน แต่รายได้เดือนแรกสำหรับเด็กจบใหม่ถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว ณ ตอนนั้น ปัญหาเรื่องเดียวสำหรับฉัน คือ เรื่องคน..

มนุษย์เองเป็นสัตว์สังคมที่ต้องมีการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เป็นความเข้าใจที่ใช้ได้ตลอดมา การที่เราต้องอยู่ที่ใดที่หนึ่งเราต้องเข้ากลุ่ม หรือกลุ่มอาจจะเข้ามาหาเราเอง แต่ในที่หนึ่งๆมักจะมีหลายกลุ่มก้อนเสมอ สังคมโรงแรมที่ฉันอยู่สร้างความสบายกายและความหนักใจให้กับฉันในเวลาเดียวกัน ผู้หญิงที่นั่นแบ่งแยกตัวเองออกเป็นหลายเหล่า และพยายามสร้างฐานกำลังโดยดึงเอาเด็กใหม่มาเป็นพวก ราวกับละครโทรทัศน์ นาทีนั้น ฉันไม่เข้าใจอย่างแรงว่า พวกเขาจะทำอะไรแบบนี้ไปทำไม นาทีนั้นฉันรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับกิริยา วาจา ท่าทางของผู้หญิงที่นั่น ที่โรงแรมหรูหราแค่เปลือกนอก ข้างในคือแรงงานจากการขับเคลื่อนด้วยกิเลสเสียส่วนใหญ่...

2 เดือนผ่านไป ฉันเริ่มหางานใหม่ โดยมีเหตุผลหลักคือ การหลีกหนีและถอยห่างจากสังคมที่ฉันไม่เข้าใจ ตอนนั้นฉันคิดว่าโชคดีที่ฉันได้งานเร็วมากและไม่ไกลจากที่ทำงานเดิม หากไม่เคยนึกสงสัยว่าโชคชะตากำลังเล่นตลกกับตัวเอง ที่นี่เป็นองค์กรเล็กๆที่มีคนไม่กี่คน อยู่กันอย่างกันเอง และที่นี่ที่ทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิต ผู้คน ที่ฉันเคยมีมาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง น้อยคนจะตระหนักว่าเวลาที่เราใส่หน้ากากแล้วเรามักจะมองไม่เห็นหน้ากากที่เราเองใส่ คนที่นี่ก็คงเหมือนกัน...

หน้ากากและศรัทธา จบตอนที่ 2

2006/Oct/20

คืนนั้น ฉันนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ มองดูภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏ ย้อนดูกลับไปกลับมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับจะจำให้ลึกถึงหัวใจ อันที่จริงฉันดูภาพพวกนี้มาหลายร้อยครั้งแต่เป็นของคนอื่น คนที่ไม่รู้จัก ไม่เคยนึกมาก่อนสักครั้งเดียวว่าจะต้องมานั่งดูภาพทำนองนี้ของคนใกล้ชิด ทั้งหมดมันคือภาพเคลื่อนไหวที่มีคนสองคนอยู่ในนั้น คนสองคนที่กำลังปล่อยให้อารมณ์ กิเลส สัญชาตญาณดิบหรืออะไรก็ตามแต่ตอบสนองความต้องการทางธรรมชาติที่มาพร้อมกับผู้หญิงและผู้ชาย หลายต่อหลายครั้งที่ฉันเสียน้ำตามากมายให้กับสิ่งที่เห็น หลายต่อหลายครั้งที่หัวเราะราวกับว่าปลงกับเรื่องที่รับรู้ได้ แต่จริงๆแล้วอารมณ์คือสิ่งที่ไว้ใจไม่ได้เลย...

ย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ฉันเพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆของประเทศไทย ไม่ง่ายเลยสำหรับเด็กจบใหม่ที่เพิ่งก้าวออกจากรั้วที่กั้นเราอยู่ระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกที่เราสร้างขึ้นกันเองในมหาวิทยาลัย บางคนรับรู้ด้วยตัวเองว่าจะทำอะไร จะไปทางไหน หรือต้องทำอะไรและไปทางไหน แต่อีกหลายคนยังงุนงงและสับสนกับหนทางข้างทาง มีมากมายที่ครอบครัวช่วยตัดสินใจแทน เปรียบเสมือนจะเข้าไปสวมวิญญาณบัณฑิตเสียเอง โดยที่บัณฑิตก็ยอมรับโดยมิได้เอื้อนเอ่ยทัดทาน เพื่อนฉันหลายคนมีชีวิตหลากหลายแบบตามที่ยกตัวอย่างมา สำหรับฉัน...ทุกอย่างมันเริ่มจากการก้าวออกจากมหาวิทยาลัย...

เด็กจบใหม่ที่ไหนจะรู้ว่าสมัครงานต้องทำยังไงอะไรแค่ไหนและอย่างไร ฉันก็ทำไปหลายอย่าง สมัครทางจดหมาย ทางเวบ ทางอีเมล์(ซึ่งสมัยนั้นก็ถือว่าทันสมัยพอควร) ส่งไปทุกงานที่คิดว่าพอทำได้และไม่ไกลบ้าน ทุกอาชีพขอไม่ไกลบ้านเพราะไม่ชอบเดินทางไกล ถ้าไกลก็ขอให้ไปทำไกลๆเลยดีกว่าเพราะฉันคิดว่าการมาใช้เวลากับท้องถนนมันทำให้จิตใจขุ่นมัวมหาศาล จริงมั้ย..

มีหลายที่ติดต่อมา มีหลายแห่งที่ต้องไปสัมภาษณ์ เลือกได้ที่นึง ยังงจนถึงทุกวันนี้ว่าเข้าไปทำได้อย่างไร ที่นี่คือโรงแรมหรูหราระดับ 5 ดาว บุคคลในวงสังคมและแวดวงการเมืองแวะเวียนมาประจำและชั่วคราว...ฉันได้อยู่ในส่วนสันทนาการของดินแดนไร้เวลานี้

หน้ากากและศรัทธาจบตอนที่1