ShortStory

ช่วงเวลาที่เรามีความสุขมักจะเคลื่อนผ่านเราไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันกับวันเวลาที่มีแต่ความเศร้าที่คราบน้ำตาจะลาจากไปอย่างเชื่องช้า

ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตัวเองจะอ่อนแอได้มากขนาดไหนหากไม่ได้พบกับประสบการณ์ครั้งนี้ ช่วงแรกฉันรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามความต้องการของร่างกายเราเหมือนที่เขาพูด น่าแปลกที่สายตาของฉันไม่สามารถมองสบตากับเขาได้อีก ทุกครั้งที่มอง ก็ต้องหลบสายตาลงต่ำเพราะห่วงว่าน้ำที่รื้นตรงขอบตาจะหล่นลงมา ทุกครั้งที่มองก็ต้องย้อนคิดกลับไปถึงเรื่องคืนนั้น ความรู้สึกขณะนั้น และอารมณ์ตอนนั้น วันแต่ะวันข้ามผ่านไปอย่างเหน็ดเหนื่อย คืนแต่ละคืนผ่านไปพร้อมกับคราบน้ำตา สิ่งที่เผชิญอยู่ขณะนั้นทำให้รู้สึกราวกับเราเลือกเดินเข้าไปเปิดประตูที่มันมืดมิดและเลือกที่จะปิดมันด้วยมือของเราเอง...

ความยุ่งยากใจกับเหตุการณ์ทั้งหลายที่ประดังเข้ามาผนวกกับความต้องการที่จะจบปัญหาอย่างที่มันสมควรจะเป็นเฉลยคำตอบออกมาให้ฉันกระทำสิ่งที่ควรจะทำ ไม่รู้ว่า ณ ตอนนั้นมันคือสิ่งที่ฉันอยากจะทำหรือไม่...

"เอาเป็นว่าห่างๆกันก็แล้วกัน"

จากนั้นไม่นาน เขาห่างออกไปอย่างที่ต้องการ ห่างออกไปทั้งร่างกายและจิตใจ...

"มันคงจะเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นและมันก็เป็นสิ่งที่ฉันได้เลือกแล้วด้วยตนเอง"

"อย่าทำร้ายใครด้วยความรู้สึกที่ดีของเราเอง เพราะวันนึงเราจะถูกทำร้ายมากกว่าเขาเป็นสองเท่า"

น่าขันตรงที่ว่า กลับเป็นฉันเองที่นึกถึงเขาตลอดเวลา จากวันนั้นจนถึงวันนี้...ทำไม

ระยะหลังเริ่มตั้งคำถาม ใคร่ครวญกับอารมณ์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเขา

รัก หลง ชอบ เผลอ รู้สึกดี หรือมันคืออะไร...

สิ่งที่นึกขึ้นมาอย่างแรกคือ เขาทำให้ฉันรู้จักรักตัวเองและตามมาด้วยเขาดีกับฉัน จำได้มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันบอกว่า ถึงเขาจะไม่ดีหรือทำอะไรอย่างไรกับใครแต่สำหรับฉันเขาดีกับฉันมาก มากมาก ความรู้สึกตื้นตันกับคนคนนั้นมันยังเต็มเปี่ยมอยู่จนถึงทุกวันนี้...เขาไม่ใช่คนดีแต่สำหรับฉัน วันนั้นเขาดีกับฉัน...

หน้ากากและศรัทธา จบตอนที่ 6

เดือนปีที่ผ่านมาหลายครา ทำให้เราได้ร่วมเดินทางด้วยกันนับพันนับหมื่นกิโลเมตร และใช้เวลาด้วยกันมากมาย...

เช้าวันนั้น แสงสว่างสาดเข้ามาปลุก "เรา" ทั้งคู่ ฉันนอนลืมตาด้วยความมึนงงกับภาวะรอบกาย ไม่มีคำถามไม่มีคำพูดเอื้อนเอ่ย และไม่ทันที่ความคิดจะสั่งการใดใด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายกับสิ่งที่เคยดูในละครทั่วไป ฉาก1ฉากที่ผ่านไปแต่มันไม่เคยผ่านเลยจนถึงทุกวันนี้

ฉันไม่ได้ร่ำไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ฉันร่ำไห้กับการขาดสติก่อนเวลาอันควร และมันนำพาความยุ่งยากใจมาสู่เรา...

ประโยคแรกที่เอ่ยจากปากฉันหลังคราบน้ำตา คือ ฉันเป็นคนไม่ดีใช่ไหม? เขาปลอบใจฉันด้วยถ้อยคำและอ้อมกอด อบอุ่นพอที่จะทำให้ฉันหลับลงได้อีกครั้งในวงแขนนั้น

ความรู้สึกงุนงงยังคงอยู่กับฉันตลอดช่วงสาย เขากลับมาอีกครั้งพร้อมถ้อยคำที่ทำให้แปลกใจ "เรื่องที่เกิดขึ้น มันคือ ความต้องการทางธรรมชาติ" "ข้างในจิตใจเราก็ยังคงเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนก็เพียงร่างกาย" ฉันเงียบ พยักหน้า ยิ้ม และยังคงงุนงง...

ถ้าเป็นตอนนี้ฉันคงตอบเขากลับไปว่า ถ้าจิตใจฉันยังเป็นเหมือนเดิมก่อนเหตุการณ์คืนนั้น นั่นหมายถึง การที่ฉันรู้สึกดีกับเขา...หรือ

เขาแต่งงานได้หลายปีแล้ว ฉันรับรู้มาโดยตลอด ภรรยาเขาเป็นคนน่ารัก น่านับถือ และรักเขามาก แต่การห่างไกลกันมักจะนำมาซึ่งการแปรเปลี่ยนเสมอ ไม่มีข้อยกเว้นแม้กับเขาและภรรยา...

หลังจากเราร่วมงานกันได้สักพักใหญ่ เราเริ่มสนิทสนมกัน ยิ่งระยะหลังฉันมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน โดยมีเขาเป็นหนึ่งในเหตุผลหลัก ทำให้เราพูดคุยกันยิ่งขึ้น คุยกันมากขึ้น และดื่ม...กันบ่อยขึ้น ฉันไม่เคยโทษแอลกฮอลล์อย่างแท้จริงที่ทำให้เราเมาและแสดงความรู้สึกออกไปอย่างชัดเจน บางครั้งนึกขอบคุณอยู่ลึกๆที่ทำให้อะไรๆดูราบรื่นขึ้นอย่างเช่นคืนนั้น

ชีวิตประจำวันเคลื่อนไปอย่างช้าๆหลังจากค่ำคืนนั้น และความทรมานใจก็ติดตามฉันมาด้วยเช่นกัน...

หน้ากาและศรัทธา จบตอนที่ 5

การได้รับรู้ความนึกคิด ความรู้สึกของเขาผ่านบทสนทนามันทำให้ฉันเข้าใจเขาได้มากขึ้นทีละเล็กละน้อย บางคราวคำบอกเล่าของเขาฉายแววเศร้าสลดอย่างบอกไม่ถูก ขณะนั้นฉันได้แต่คิดว่า "เขากำลังเจอะเจอกับอะไรที่มันบั่นทอนสภาพจิตใจมากขนาดนั้นเชียวหรือ" รูปกายภายนอกที่สะอาดสะอ้าน ดูมีความมั่นใจในทุกขณะและเป็นที่พึ่งให้กับหลายๆคน เวลานี้กำลังเผลอให้เห็นอาการเหนื่อยล้าตรงหน้า ยามนั้นฉันไม่ค่อยเข้าใจนักในสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อสาร ไม่เข้าใจว่าเขาทุกข์ใจกับอะไรอยู่ อะไรที่ทำให้เขาไม่สามารถหลับสนิทได้ในทุกคืน...อะไร

เขามักพูดอยู่บ่อยครั้งว่า"ไม่มีใครอยากเป็นเขา" เขาเกลียดตัวเองอย่างงั้นหรือ จะมีใครที่ยินดีกับสถานะตัวเองจนถึงกับพูดว่า "มีแต่คนอยากเป็นตัวเอง" ไหม

เขาไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวถ้าไม่จำเป็น ดูเหมือนเขาจะเป็นคนเข้ากับใครๆง่ายแต่ลึกๆแล้วเขาสร้างเกราะอย่างดีขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองจากทุกคน กระทั่งบางครั้ง เกราะนั้นก็กำบังตัวตนของเขาเอง

เขามีชื่อเรียกหลายชื่อ แรกๆฉันนึกสงสัยว่าทำไมต้องมีชื่อเยอะขนาดนั้น ทั้งๆที่ฉันเองก็มีชื่อเรียกถึง 3 ชื่อ แต่เขามีมากกว่า จนถึงวันนี้ยังไม่เคยถาม...

เขาเป็นคนที่ชอบทำอะไรซ้ำๆ สม่ำเสมอ เป็นอย่างไรก็อย่างนั้น แต่วันนี้เขาเปลี่ยนแปลง...

หลายปีก่อนเราร่วมงานกันด้วยความอิ่มใจ ฉันไม่เคยกังวลถ้าเกิดมีเขาไปด้วย ไม่เคยห่วงว่าจะทำไม่ได้ถ้าหากเขาร่วมมือ ไม่เคยใส่ใจคนอื่นที่ไม่รู้จักเขา ฉันเคยบอกเขาว่า ไม่เชื่อแต่ไว้ใจ ความไว้ใจสำหรับฉันมันมีค่ามาก มากกว่าเชื่อใจหลายเท่าตัว เพราะฉันคิดว่านอกจากเราจะไว้วางใจเขาแล้ว เรายังศรัทธาให้เขานำใจเราไปด้วย

เขามักจะให้อะไรใครเป็นประจำ วันนึงฉันตอบแทนด้วยการให้สิ่งมีค่าที่เรียกว่า...ความศรัทธา

หน้ากากและศรัทธา จบตอนที่ 4