ช่วงเวลาที่เรามีความสุขมักจะเคลื่อนผ่านเราไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันกับวันเวลาที่มีแต่ความเศร้าที่คราบน้ำตาจะลาจากไปอย่างเชื่องช้า
ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตัวเองจะอ่อนแอได้มากขนาดไหนหากไม่ได้พบกับประสบการณ์ครั้งนี้ ช่วงแรกฉันรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามความต้องการของร่างกายเราเหมือนที่เขาพูด น่าแปลกที่สายตาของฉันไม่สามารถมองสบตากับเขาได้อีก ทุกครั้งที่มอง ก็ต้องหลบสายตาลงต่ำเพราะห่วงว่าน้ำที่รื้นตรงขอบตาจะหล่นลงมา ทุกครั้งที่มองก็ต้องย้อนคิดกลับไปถึงเรื่องคืนนั้น ความรู้สึกขณะนั้น และอารมณ์ตอนนั้น วันแต่ะวันข้ามผ่านไปอย่างเหน็ดเหนื่อย คืนแต่ละคืนผ่านไปพร้อมกับคราบน้ำตา สิ่งที่เผชิญอยู่ขณะนั้นทำให้รู้สึกราวกับเราเลือกเดินเข้าไปเปิดประตูที่มันมืดมิดและเลือกที่จะปิดมันด้วยมือของเราเอง...
ความยุ่งยากใจกับเหตุการณ์ทั้งหลายที่ประดังเข้ามาผนวกกับความต้องการที่จะจบปัญหาอย่างที่มันสมควรจะเป็นเฉลยคำตอบออกมาให้ฉันกระทำสิ่งที่ควรจะทำ ไม่รู้ว่า ณ ตอนนั้นมันคือสิ่งที่ฉันอยากจะทำหรือไม่...
"เอาเป็นว่าห่างๆกันก็แล้วกัน"
จากนั้นไม่นาน เขาห่างออกไปอย่างที่ต้องการ ห่างออกไปทั้งร่างกายและจิตใจ...
"มันคงจะเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นและมันก็เป็นสิ่งที่ฉันได้เลือกแล้วด้วยตนเอง"
"อย่าทำร้ายใครด้วยความรู้สึกที่ดีของเราเอง เพราะวันนึงเราจะถูกทำร้ายมากกว่าเขาเป็นสองเท่า"
น่าขันตรงที่ว่า กลับเป็นฉันเองที่นึกถึงเขาตลอดเวลา จากวันนั้นจนถึงวันนี้...ทำไม
ระยะหลังเริ่มตั้งคำถาม ใคร่ครวญกับอารมณ์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเขา
รัก หลง ชอบ เผลอ รู้สึกดี หรือมันคืออะไร...
สิ่งที่นึกขึ้นมาอย่างแรกคือ เขาทำให้ฉันรู้จักรักตัวเองและตามมาด้วยเขาดีกับฉัน จำได้มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันบอกว่า ถึงเขาจะไม่ดีหรือทำอะไรอย่างไรกับใครแต่สำหรับฉันเขาดีกับฉันมาก มากมาก ความรู้สึกตื้นตันกับคนคนนั้นมันยังเต็มเปี่ยมอยู่จนถึงทุกวันนี้...เขาไม่ใช่คนดีแต่สำหรับฉัน วันนั้นเขาดีกับฉัน...
หน้ากากและศรัทธา จบตอนที่ 6